.
 
 
 
 
ตอบคำถาม | ตั้งกระทู้ใหม่ | Home

ธปท.ผนึกสหกรณ์ คุมเงินลงทุน 4 แสนล้าน
03 Mar 2020

กรมส่งเสริมสหกรณ์ยํ้า เดินหน้าสางปัญหาสหกรณ์ออมทรัพย์ ทั้งกำหนดสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ 70% หรือผู้กู้ต้องมีเงินรายได้คงเหลือเพื่อดำรงชีพ 30% เข็นร่างกฎกระทรวง 12 ฉบับหนุนบริหารสภาพคล่อง-ตัดวงจรกู้วนซํ้า

จากประเด็นความเชื่อมโยงของระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)และกรมส่งเสริมสหกรณ์ออมทรัพย์อยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาการกู้ยืมระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน เนื่องจากสินทรัพย์ของสหกรณ์ออมทรัพย์มีสัดส่วน 6.7% หรือเกือบ 7% ของระบบการเงินไทย ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันเองในระบบเพิ่มขึ้นอาจเป็นช่องทางส่งผ่านความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดี กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามหาช่องทางป้องกันและสกัดปัญหา ทั้งดูแลสภาพคล่อง จัดสรรเงินลงทุนในตลาดทุน โดยเฉพาะการกำกับสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีสภาพคล่องส่วนเกินกว่า 30 แห่ง ซึ่งมีเงินลงทุนกว่า 4 แสนล้านบาทในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเบื้องต้นกำหนดสัดส่วนลงทุนไม่เกิน 10% ของทุนเรือนหุ้นบวกบวกทุนสำรองของสหกรณ์ออมทรัพย์แต่ละแห่ง และต้องเป็นหุ้นที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ตํ่ากว่า A- และเป็นการถือหุ้นที่มีการคํ้าประกันด้วย

ส่วนความคืบหน้าการปล่อยกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์นั้น อยู่ระหว่างยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการให้กู้และการให้สินเชื่อของสหกรณ์ โดยหลักการกำหนดเกณฑ์การปล่อยกู้แก่สมาชิกจะต้องมีภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR)ไม่เกิน 70% ของเงินเดือน หรือผู้กู้ต้องมีเงินได้รายเดือนที่คงเหลือเพื่อการดำรงชีพไม่น้อยกว่า 30%

อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่า การกู้ยืมและรับฝากเงินระหว่างกันในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์เดือนกันยายน 2562 สหกรณ์ออมทรัพย์ขาดสภาพคล่อง 439 แห่ง และสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีสภาพคล่องส่วนเกิน 956 แห่ง ที่เหลือเป็นชุมนุมสหกรณ์ 9 แห่ง โดยความเชื่อมโยงในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์มีมากขึ้นผ่านการกู้ยืมและรับฝากเงินระหว่างกัน ซึ่งเป็นข้อต่อในการส่งผ่านความเสี่ยง(Contagion) โดยเฉพาะจากสหกรณ์กลุ่มที่ขาดสภาพคล่อง จึงได้กำหนดขนาดเพื่อการกำกับดูแลความเสี่ยง 4 ด้าน คือ ด้านธรรมาภิบาล ด้านปฏิบัติการ ด้านเครดิต และด้านสภาพคล่อง

ต่อข้อถามถึงแนวโน้มของปัญหาหนี้ครัวเรือน นายวิศิษฐ์กล่าวว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีปัญหาหนี้ครัวเรือนมาจากปัญหาของสมาชิกที่เกษียณอายุแล้ว มีรายได้คงเหลือไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ที่สำคัญสมาชิกวัยเกษียณมีเงินไม่เพียงพอที่จะชำระค่างวดกับสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย ปัจจุบันมีประมาณ 500 สหกรณ์ ซึ่งสหกรณ์เหล่านี้อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ โดยการยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไปตามความสามารถซึ่งขึ้นกับคณะกรรมการของแต่ละสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งนั้นจะพิจารณา โดยขึ้นกับขนาดของสหกรณ์และความระมัดระวังของบอร์ดที่จะวางกรอบการปล่อยกู้และบริหารจัดการ ซึ่งบางแห่งมีสมาชิก 20,000 ราย แต่มีสมาชิกที่เกษียณ 10-20 คน หรือบางแห่ง 100- 200 คน ส่วนสมาชิกเกษียณรายใหม่นั้น ถ้ากฎกระทรวงฉบับใหม่ออกมามีผลบังคับใช้จะต้องมีรายได้คงเหลือ 30% และหลักเกณฑ์เงินกู้สามัญจะต้องชำระไม่เกิน 150 งวด จากเดิมสมาชิกเก่าผ่อนชำระนาน 300 งวด หรือ 240 งวด ประเด็นนี้เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับสภาพคล่องของสหกรณ์แต่ละแห่ง"

ส่วนการรายงานข้อมูล เมื่อร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการรายงานข้อมูลของสหกรณ์มีผลบังคับใช้ ต่อไปทุกสหกรณ์ต้องรายงานข้อมูลต่างๆ โดยนำส่งต่อ ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์กรมส่งเสริมสหกรณ์ เช่น ข้อมูลการลงทุน หรือข้อมูลการปล่อยกู้ รวมทั้งการรับฝากเงิน ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)รับหลักการแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะเสร็จก่อนเดือนพฤษภาคมนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

จากคุณ ปัณณทัต  เทียนทอง เมื่อวันที่ 5/3/2563 8:55:03 183.89.82.219  


ตอบคำถาม เข้ารหัสผ่านก่อนครับ คลิกเข้ารหัสผ่าน

เฉพาะสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขศรีสะเกษ เท่านั้นครับ ส่วนท่านอื่นที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร หรือฝากคำชี้แนะ แจ้งเข้าไปที่Facebook : https://www.facebook.com/sskhcoop

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขศรีสะเกษ จำกัด
 
 
 
 
 
สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขศรีสะเกษ จำกัด
ภาพกิจกรรม